วิตามิน 13 ชนิด (13 Vitamins)

  1. วิตามินเอ
ประโยชน์บำรุงสายตา ลดปัญหาสิวอักเสบ ลบจุดด่างดำ เสริมความแข็งแรงให้กระดูก ผม และฟัน ดูแลระบบการหายใจ
แหล่งวิตามิน: ตับ ไข่ ปลา นมถั่วเหลือง นมวัว ผักผลไม้สีส้ม เหลือง เขียว เช่น ตำลึง ชะอม ผักโขม ฟักทอง ข้าวโพด มะม่วงสุก แครอท ฝรั่ง ส้ม
ห้ามขาด: เพราะจะมีปัญหาผิวหนัง หนังคางคก ตาบอดกลางคืน กระจกตาน่วม และภูมิต้านทานโรคต่ำ
ห้ามเกินเพราะจะทำให้อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ตาพร่า และเสียสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อ ฯลฯ

  1. วิตามินบี1
ประโยชน์: บำรุงสมอง ป้องกันโรคเหน็บชา เสริมสร้างการเจริญเติบโต ดูแลการทำงานของหัวใจ ช่วยเผาผลาญแป้ง ไขมันและโปรตีน ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังผ่าตัด
แหล่งวิตามินงา ถั่ว ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี ธัญพืช เมล็ดทานตะวัน หมู ปลา ไก่ ตับ ไข่ มันฝรั่ง
ห้ามขาด: เพราะจะทำให้เป็นเหน็บชา
ห้ามเกิน: เพราะจะทำให้ง่วงนอน กล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นเร็ว ตัวบวม

  1. วิตามินบี2
ประโยชน์: ช่วยการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยดูแลผิว ผม เล็บ ระบบสืบพันธุ์ ช่วยด้านการมองเห็น ป้องกันไขมันอุดตันในหลอดเลือด
แหล่งวิตามิน: เนื้อสัตว์ ตับ ไต ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม ถั่ว ผักสีเขียว หน่อไม้ฝรั่ง กล้วย
ห้ามขาด: เพราะจะทำให้เป็นโรคปากนกกระจอก ปากแห้ง ลิ้นอักเสบ ดวงตาระคายเคือง
ห้ามเกิน: ยังไม่พบอาการชัดเจน แต่ถ้ามีมากในร่างกายอาจจะทำให้คัน ชา และแสบ

  1. วิตามินบี3/PP
ประโยชน์: ช่วยดูแลสมอง เผาผลาญไขมัน ดูแลผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร ช่วยการไหลเวียนของเลือด ช่วยสร้างฮอร์โมนสำคัญต่าง ๆ
แหล่งวิตามิน: เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ตับ ไข่ จมูกข้าวสาลี ยีสต์ ลูกพรุน อะโวคาโด เห็ด
ห้ามขาด: จะเป็นโรคผิวหนังบางชนิด อ่อนเพลีย ปลายประสาทอักเสบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง นอนไม่หลับ อารมณ์ไม่ดี ความจำถดถอย
ห้ามเกิน: ส่งผลเสียต่อตับ มีปัญหาการควบคุมน้ำตาลในเลือด มีโอกาสปวดตามข้อ และอาการร้อนวูบวาบ 

  1. วิตามินบี5
ประโยชน์: สร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงประสาท ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ชะลอวัย ช่วยให้แผลและอาการอ่อนเพลียหายเร็วขึ้น ลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยดูแลผิวพรรณ
แหล่งวิตามิน: เนื้อสัตว์ เครื่องในวัว ผัก ยีสต์ ข้าวโพด บรอกโคลี อะโวคาโด มะเขือเทศ ไข่แดง นม ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน และธัญพืช
ห้ามขาด: เพราะจะเป็นโรคผิวหนัง น้ำตาลในเลือดต่ำ ปวดท้อง อาเจียน ตะคริว อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ สัมผัสรสชาติเพี้ยน
ห้ามเกิน: ท้องเสีย อาเจียน แสบร้อนกลางอก

  1. วิตามินบี6
ประโยชน์: ดูแลระบบประสาท ดูแลผิวพรรณ ชะลอวัย ป้องกันอาการชาและตะคริว มีส่วนสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยการดูดซึมโปรตีนและไขมัน ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
แหล่งวิตามิน: เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ ตับ ข้าวกล้อง รำข้าว จมูกข้าวสาลี ยีสต์ งา ถั่วต่าง ๆ ผัก กะหล่ำปลี และกล้วย
ห้ามขาด: เพราะปากจะแห้งแตก โลหิตจาง ติดเชื้อง่าย อ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน เป็นโรคเส้นประสาท
ห้ามเกิน: ส่งผลเสียต่อระบบประสาท เสียการรับรู้สัมผัส ฝันเหมือนจริงมากเกินไป นอนหลับไม่สบาย
กระสับกระส่ายเวลานอน มึนงง มือเท้าชา

  1. วิตามินบี7/H
ประโยชน์: ช่วยดูแลผิว ผม และเล็บ ป้องกันผมหงอก ช่วยเผาผลาญไขมัน และโปรตีน ลดอาการปวดเมื่อย
แหล่งวิตามิน: เนื้อสัตว์ ไข่แดง ตับ นม เนย ยีสต์ ข้าวกล้อง ถั่ว งา ผักใบเขียว
ห้ามขาด: ซึมเศร้า เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ผิวหนังอักเสบ ลำไส้เล็กอักเสบ และผมร่วง
ห้ามเกิน: ยังไม่พบรายงาน

  1. วิตามินบี9
ประโยชน์: ดูแลการทำงานของสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และเซลล์ สร้างภูมิต้านทาน และช่วยดูดซึมกรดไขมันจำเป็น
แหล่งวิตามิน: ถั่วต่างๆ ขนมปัง ธัญพืช ตับ ผัก เช่น แครอท ฟักทอง ผักสีเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี ผักคะน้า ผักบุ้ง ผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม
ห้ามขาด: โลหิตจาง เม็ดเลือดจาง ภูมิต้านทานโรคต่ำ อ่อนเพลีย หงุดหงิด มีอาการทางประสาท ผมหงอกก่อนวัย หากขาดขณะตั้งครรภ์จะทำให้ลูกน้อยพิการได้
ห้ามเกิน: อาจอ่อนเพลีย เป็นไข้ ผิวผื่นแดงหรือคัน การหายใจผิดปกติ 

  1. วิตามินบี12
ประโยชน์: ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโลหิตจาง ดูแลระบบประสาทแลสมอง ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
แหล่งวิตามิน: เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เครื่องในสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นม และไข่
ห้ามขาด: โลหิตจาง เม็ดเลือดแดงใหญ่
ห้ามเกิน: อาจเกิดสิวที่มีลักษณะเป็นผื่น

  1. วิตามินซี
ประโยชน์: ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ดูแลผิวพรรณ ป้องกันหวัด ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
แหล่งวิตามิน: มะขามป้อม ฝรั่ง ส้ม มะนาว แคนตาลูป สับปะรด มะละกอ แตงโม กล้วย ผักสีเขียว มะเขือเทศ บรอกโคลี ตับ
ห้ามขาด: เลือดออกตามไรฟัน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดข้อ
ห้ามเกิน: ท้องเสีย ท้องอืด นิ่วในไต ผื่นผิวหนัง ข้ออักเสบ

  1. วิตามินดี
ประโยชน์: ช่วยดูดซึมวิตามินเอ ช่วยการทำงานของแคลเซียม และฟอสฟอรัส ป้องกันโรคกระดูกพรุน
แหล่งวิตามิน: แสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้า หอยนางรม ไข่ ตับ ปลาทะเล น้ำมันตับปลา นม และผลิตภัณฑ์จากนม เห็ด
ห้ามขาด: กระดูกบาง โรคกระดูกอ่อนในเด็ก โรคกระดูกน่วม และโรคกระดูกพรุน
ห้ามเกิน: เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ซึมลง และปวดข้อ

  1. วิตามินอี
ประโยชน์: ป้องกันเลือดแข็งตัว ต้านอนุมูลอิสระ ดูแลผิวพรรณ ลดริ้วรอย ลดอาการแผลไหม้ และลดอาการวัยทอง
แหล่งวิตามิน: ผักสีเขียว น้ำมันพืช เมล็ดทานตะวัน มะเขือเทศ มะละกอ อะโวคาโด พริกหวาน ถั่วเปลือกแข็ง นม เนย ไข่ และข้าว
ห้ามขาด: มีโอกาสเกิดโลหิตจาง การทำงานของระบบประสาทผิดปกติ กล้ามเนื้อลีบ และโรคทางระบบสืบพันธุ์ เช่น เป็นหมันในผู้ชาย ทำให้แท้งในผู้หญิง เม็ดเลือดแดงแตกในทารกแรกเกิด
ห้ามเกิน: ท้องอืด ท้องเสีย อาเจียน ปวดศีรษะ ตาพร่า อ่อนเพลีย และภาวะหัวใจวาย

  1. วิตามินเค
ประโยชน์: ป้องกันเลือดไหลไม่หยุด ลดปัญหาประจำเดือนมามากกว่าปกติ ป้องกันกระดูกบาง
แหล่งวิตามิน: ผักสีเขียวเข้ม เช่น ผักโขม คะน้า กวางตุ้ง ใบบัวบก ตับ ไข่แดง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันมะกอก และน้ำมันตับปลา
ห้ามขาด: เมื่อเป็นแผลแล้วเลือดหยุดช้า เลือดออกง่าย บิด และลำไส้อักเสบ
ห้ามเกิน: เกล็ดเลือดจับตัวง่าย เพิ่มเลือดจับลิ่มถ้าได้รับวาร์ฟาริน ระคายเคืองผิวหนัง และทางเดินหายใจ

แหล่งข้อมูล www.amarinbabyandkids.com


บทความแนะนำ?

ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร(Meal Replacement)คืออะไร

ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร(Meal Replacement) นั้นถูกจัดอยู่ใ...

Top